
ทุกวันนี้คนไทยซื้อของออนไลน์ในสินค้าแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า อุปกรณ์ไอที หรือสินค้าอุปโภคบริโภค แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็ตาม
Priceza มองว่าในปี 69 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะมีมูลค่าประมาณ 1.15 ล้านล้านบาท หรือโตขึ้นราว 7% จากปีก่อน คิดเป็นเกือบ 30% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบความสะดวก รวดเร็ว และต้องการประสบการณ์ซื้อสินค้าที่เชื่อมต่อกันได้ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน สะท้อนว่าการค้าขายออนไลน์ยังเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน
ในวันที่ตลาดยังโต คนที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตนี้มากที่สุดคือใคร ?
แม้ผู้ขายจะเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่หลายคนกลับรู้สึกว่าการขายออนไลน์วันนี้ยากกว่าเดิม เพราะต้องเจอการแข่งขันและต้นทุนที่สูง แต่กำไรลดลง ขณะเดียวกันตลาดก็กระจุกตัวอยู่ในไม่กี่แพลตฟอร์มใหญ่ หมายความว่า เมื่อผู้ซื้ออยู่รวมกันในไม่กี่แพลตฟอร์ม ผู้ขายก็มีทางเลือกไม่มากนัก
กลยุทธ์ทุ่มตลาดให้คนเข้ามาเล่นจำนวนมาก แล้ว “ทุบทุกอย่างหลังคุมเกม” ได้
เมื่อทางเลือกของ และอำนาจต่อรองลดลงมา แปลว่าผู้ขายจะไร้ทางเลือกแบบยอมจำนน เพราะแพลตฟอร์มจะสร้างกติกา หรือปรับค่าธรรมเนียมแบบไหนก็ได้ โดยมองว่าพื้นที่ของตัวเองมีลูกค้าที่พร้อมซื้ออยู่แล้ว
รวมถึงยังมีการเปิดให้ซื้อโฆษณาเพิ่ม เพื่อให้สินค้าของร้านถูกมองเห็นในระบบได้มากขึ้น ซึ่งหากไม่เข้าร่วมกิจกรรมของแพลตฟอร์มก็ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกลดการมองเห็นหรือเสียโอกาสขายทันที ผลคือถึงร้านค้าจะมียอดขาย แต่ต้องลดกำไรต่อชิ้นลงมามากกว่าที่ควรเป็น เพื่อแบ่งเงินทุนไปใช้กับกิจกรรมเหล่านี้
ค่าธรรมเนียม = รายจ่ายที่ไม่มีสิ้นสุด ?
ต้นทุนการขายบนแพลตฟอร์ม มีทั้ง ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าคอมมิชชัน ค่าบริการเพิ่มเติม ค่าทำโปรโมชัน และค่าโฆษณา เช่น TikTok Shop Thailand ระบุค่าธรรมเนียมธุรกรรมไว้ที่ 3.21% และยังมีค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติมในบางกรณี
ซึ่งเมื่อนำค่าบริการเหล่านี้มารวมทั้งหมดแล้ว จะเห็นว่านี่คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ขายเหลือกำไรน้อยลง สิ่งที่น่ากังวลคือการแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่เข้มข้นนี้ มีแค่ร้านทุนหนาที่รับแรงกดดันนี้ได้ดี แต่ผู้ประกอบการรายเล็กหรือ SME ต้องแบกรับต้นทุนนี้อย่างหนักอึ้ง เพื่อแลกกับการได้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มใหญ่ต่อไป
การมีพื้นที่ของตัวเองอาจเป็นทางรอดของ SME ไทย
ในระยะยาว ไทยอาจต้องกลับมาคิดเรื่องสมดุลของระบบอีคอมเมิร์ซอย่างจริงจัง และช่วยให้ธุรกิจไทยมีช่องทางขายของตัวเองมากขึ้น อย่างการสร้างช่องทางขายที่เป็นของคนไทยเอง เพื่อให้แพลตฟอร์มอยู่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ โดยไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มต่างชาติมากเกินไป และมีอำนาจบริหารจัดการเองมากขึ้น เสริมแกร่งให้ตลาดออนไลน์ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอี กวาดล้างเว็บผิดกฎหมาย 5 เดือน ปิดกว่า 4.3 แสนรายการ พนันออนไลน์ทะลุ 3.6 แสน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผยผลการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย ในช่วง 5 เดือน

ดีอี กวาดล้างเว็บผิดกฎหมาย 5 เดือน ปิดกว่า 4.3 แสนรายการ พนันออนไลน์ทะลุ 3.6 แสน

depa เปิดเวที Coding Thailand 2026 เสริมทักษะ AI แก่เยาวชนไทย สร้างนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
