
หลัง Meta ประกาศเตรียมใช้เครื่องมือ AI ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เตรียมปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอาจไม่ได้กระทบแค่กลุ่มมิจฉาชีพเท่านั้น เพราะคนทำธุรกิจออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, Messenger หรือ WhatsApp อาจกระทบไปด้วย
ใช้มาตรการอะไร ทำไปแล้วแค่ไหน ?
มีการเพิ่มระบบเตือนพฤติกรรมเสี่ยงบน Facebook , Messenger , Instagram และ WhatsApp การใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับบัญชีหรือกิจกรรมที่น่าสงสัย และการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกมากขึ้น ซึ่งบอกว่าในปี 2025 ได้ลบโฆษณาหลอกลวงมากกว่า 159 ล้านชิ้น และปิดบัญชีที่เชื่อมโยงกับศูนย์ สแกมอีก 10.9 ล้านบัญชี และล่าสุดสามารถปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มกว่า 150,000 บัญชี
แล้วขายออนไลน์จะกระทบอย่างไร
แม้มาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อจับพฤติกรรมสแกมเมอร์ แต่ในทางปฏิบัติ ร้านค้าจริงก็อาจต้องปรับวิธีพูด เขียน และคอนเทนต์ใหม่ เพื่อไม่ให้คล้ายกับสิ่งที่ระบบกำลังพยายามสกัดออกจากแพลตฟอร์ม เช่น โฆษณาโปรโมชันแรงเกินจริง หรือเร่งให้รีบตัดสินใจ หรือการใช้คำที่ชวนให้คนหลงเชื่อ ที่ระบบมองว่าเสี่ยงเป็นสแกมเมอร์ได้ง่ายขึ้น
การกู้ชื่อเสียงครั้งใหญ่ของ Meta หลังถูกตีตราว่าสนับสนุนสแกมเมอร์
การคุมเข้มครั้งนี้ อาจเป็นความพยายามที่ต้องการกู้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานกลับมา ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ที่เอกสารภายในของ Meta ถูกเปิดเผย โดยระบุว่า Meta เคยชะลอการตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบรายได้ ทั้งที่รู้ว่ามาตรการนี้ช่วยลดบัญชีสแกมเมอร์ได้มาก อย่างในไต้หวัน ที่ลดลงได้ถึง 94-96%
นอกจากนี้ปี 2025 หลายรายงานวิจารณ์ว่า Meta กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้สแกมเมอร์ซื้อโฆษณาเข้าถึงผู้คนได้ง่าย และบริษัทก็มีรายได้จากโฆษณาเหล่านี้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะโฆษณาที่เกี่ยวกับจีน แม้จะบอกว่าลบโฆษณาไปแล้ว 159 ล้านรายการ และปิดบัญชีอีก 10.9 ล้านบัญชี แต่หลายฝ่ายยังมองว่าไม่เพียงพอ เพราะความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานต่อแพลตฟอร์มยังลดลงต่อเนื่อง
โดยรวมแล้วการกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผลดีกับแค่ผู้ใช้งาน แต่ยังช่วยปกป้องธุรกิจจริงที่เคยถูกเพจปลอมและโฆษณาหลอกลวงที่แย่งความน่าเชื่อถือไปได้มากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสียหายต่อชื่อเสียงของแบรนด์จริง แม้ร้านค้าที่ต้องการโฆษณาทั่วไปจะต้องปรับตัวมากขึ้นก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สมชาย แซ่ตั้ง” คือใคร? โฆษณาปลอมที่กำลังระบาดบน YouTube
ช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา คนที่ใช้ YouTube แบบไม่พรีเมียมจะเจอโฆษณาผู้ชายคนหนึ่ง อ้างตัวว่าเป็น “สมชาย แซ่ตั้ง” ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ชวนให้เข้าร่วมระบบเทรดคริปโทฯ พร้อมการันตีว่าสามารถทำกำไรได้ง่าย

