
เวียดนามกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในการพลิกโฉมประเทศให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการผ่าน "กฎหมายว่าด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล" (Digital Technology Industry Law) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 68
ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 69 ที่จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากล และเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ครอบคลุมกรอบการทำงานสำหรับทั้ง AI และสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมนวัตกรรมพร้อมกับการกำกับดูแลอย่างรัดกุม
โดยกำหนดหลักการพื้นฐานในการกำกับดูแล AI เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความปลอดภัย และการไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งมีการออกกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกับออกแบบกลไกกำกับดูแลเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
ซึ่งกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของเวียดนามด้านเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้แนวคิด “Make in Vietnam” พร้อมตั้งเป้าสร้างบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลจำนวน 150,000 แห่ง ภายในปี 2578
กฎหมายนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการทดลองนวัตกรรมผ่าน “กลไกแซนด์บ็อกซ์” (Regulatory Sandbox) โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ในสายบล็อกเชน (Blockchain), DeFi (Decentralized Finance) และ FinTech (Financial Technology) ซึ่งจะสามารถทดสอบโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และได้รับการผ่อนผันจากข้อกฎหมายบางส่วนเป็นการชั่วคราว เพื่อส่งเสริมการพัฒนา และประเมินผลนวัตกรรมที่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยรัฐบาลเวียดนามเตรียมมาตรการจูงใจหลายอย่างเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน อย่างเช่น เงินอุดหนุน 50% สำหรับการซื้อเทคโนโลยี และการพัฒนาต้นแบบสำหรับธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพ การยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์สำหรับการวิจัย และพัฒนา สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร อบรม และยกระดับทักษะดิจิทัล
อีกทั้งให้สิทธิการยกเว้นภาษีสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในเวียดนาม พร้อมอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตการทำงานให้กับชาวต่างชาติ
ซึ่งคาดว่ากฎหมายนี้จะส่งเสริมการเติบโตของผู้พัฒนา AI สร้างความเชื่อมั่นในตลาดสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการรับรองทางกฎหมาย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากขึ้น
แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศ เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลจากการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มีความมั่นคง รวมถึงสร้างงานในภาคเทคโนโลยีให้เวียดนามก้าวสู่การเป็นฮับนวัตกรรมแห่งเอเชีย
ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 69 ที่จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากล และเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ครอบคลุมกรอบการทำงานสำหรับทั้ง AI และสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมนวัตกรรมพร้อมกับการกำกับดูแลอย่างรัดกุม
โดยกำหนดหลักการพื้นฐานในการกำกับดูแล AI เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความปลอดภัย และการไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งมีการออกกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกับออกแบบกลไกกำกับดูแลเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน
ซึ่งกำกับดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของเวียดนามด้านเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้แนวคิด “Make in Vietnam” พร้อมตั้งเป้าสร้างบริษัทเทคโนโลยีดิจิทัลจำนวน 150,000 แห่ง ภายในปี 2578
โอกาสและความท้าทายสู่ศูนย์กลางดิจิทัลระดับโลก?
กฎหมายนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการทดลองนวัตกรรมผ่าน “กลไกแซนด์บ็อกซ์” (Regulatory Sandbox) โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ในสายบล็อกเชน (Blockchain), DeFi (Decentralized Finance) และ FinTech (Financial Technology) ซึ่งจะสามารถทดสอบโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ และได้รับการผ่อนผันจากข้อกฎหมายบางส่วนเป็นการชั่วคราว เพื่อส่งเสริมการพัฒนา และประเมินผลนวัตกรรมที่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยรัฐบาลเวียดนามเตรียมมาตรการจูงใจหลายอย่างเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน อย่างเช่น เงินอุดหนุน 50% สำหรับการซื้อเทคโนโลยี และการพัฒนาต้นแบบสำหรับธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพ การยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์สำหรับการวิจัย และพัฒนา สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร อบรม และยกระดับทักษะดิจิทัล
อีกทั้งให้สิทธิการยกเว้นภาษีสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในเวียดนาม พร้อมอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตการทำงานให้กับชาวต่างชาติ
ซึ่งคาดว่ากฎหมายนี้จะส่งเสริมการเติบโตของผู้พัฒนา AI สร้างความเชื่อมั่นในตลาดสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการรับรองทางกฎหมาย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากขึ้น
แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศ เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลจากการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มีความมั่นคง รวมถึงสร้างงานในภาคเทคโนโลยีให้เวียดนามก้าวสู่การเป็นฮับนวัตกรรมแห่งเอเชีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยธุรกิจไอที
รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มบริการภาครัฐแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Services) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกจากจุดเดียว พร้อมผลักดันการตรวจสอบภาครัฐผ่านระบบ e-Audit และขยายระบบท้องถิ่นดิจิทัล

ไทยธุรกิจไอที
รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร

ไทยธุรกิจไอที
รัฐเร่งอุดช่องโหว่ไซเบอร์ สั่งใช้ MFA ด่วน หลังพบข้อมูลบัญชีรั่วไหลกว่า 221 ล้านราย

ต่างประเทศธุรกิจไอที