
เมื่อภัยธรรมชาติรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น ระบบเตือนภัยล่วงหน้าจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือกับภัยพิบัติ ล่าสุดนักวิจัยไทยพัฒนาระบบ “NARIT Seismometer” ที่สามารถแจ้งเตือนกรุงเทพฯ ได้ก่อนแรงสั่นหลักมาถึง 6-7 นาที
หลังเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งแรงสั่นถึงไทยและสร้างความเสียหายต่อหลายพื้นที่ NARIT จึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเตือนภัยของคนไทย โดยใช้การตรวจจับคลื่นปฐมภูมิ (P-Wave) เพื่อส่งสัญญาณเตือนผ่าน Cell Broadcast ให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว อพยพ หรือหยุดกิจกรรมเสี่ยงได้ก่อนเกิดแผ่นดินไหว
อุปกรณ์นี้พัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน และมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าหลายเท่า จากเดิมเครื่องนำเข้าราคาประมาณครึ่งล้านบาท เหลือไม่ถึง 100,000 บาทต่อเครื่อง เมื่อผลิตในประเทศ ช่วยให้สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และขยายระบบได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบันเริ่มใช้งานจริงแล้ว และสามารถตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กจากเมียนมาและจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) วางแผนขยายการติดตั้งสถานีวัดแผ่นดินไหวอย่างน้อย 200 จุดทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความแม่นยำและความรวดเร็วของระบบแจ้งเตือนภัย โดยเฟสแรกได้ติดตั้งแล้ว 3 จุด ก่อนขยายเป็นอย่างน้อย 10 จุดในพื้นที่ภาคเหนือในเฟสที่สอง
และพัฒนาเป็นระบบเตือนภัยที่ครอบคลุมทั่วประเทศในเฟสสุดท้าย การเพิ่มจำนวนสถานีตรวจวัดจะช่วยให้การแจ้งเตือนมีความแม่นยำมากขึ้น ลดเวลาการตอบสนอง และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือได้ทันท่วงที
ขณะเดียวกัน ระบบสื่อสารข้อมูลจะใช้ดาวเทียม “เทียนทง” ของจีน ซึ่งสนับสนุนช่องสัญญาณให้ใช้งานฟรี ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และทำให้การแจ้งเตือนเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ขาดโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง
นอกจากการรับมือภัยธรรมชาติ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถต่อยอดสู่ภารกิจด้านความมั่นคง เช่น การตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนย้ายกำลังพล ยานพาหนะทางทหาร หรือการเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน ช่วยเสริมศักยภาพการเฝ้าระวังด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเพิ่มความพร้อมของประเทศในหลายมิติ
ซึ่งถ้าหากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณ ระบบนี้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที และมีศักยภาพพัฒนาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ที่ช่วยยกระดับการแจ้งเตือนล่วงหน้า ลดความสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติของประเทศไทยในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มบริการภาครัฐแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Services) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกจากจุดเดียว พร้อมผลักดันการตรวจสอบภาครัฐผ่านระบบ e-Audit และขยายระบบท้องถิ่นดิจิทัล

รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร

รัฐเร่งอุดช่องโหว่ไซเบอร์ สั่งใช้ MFA ด่วน หลังพบข้อมูลบัญชีรั่วไหลกว่า 221 ล้านราย
