
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องมีทีม Security คอยดูแลการทำงานของระบบ และเครื่องจักรในโรงงาน โดยที่บางแห่งที่ยังใช้วิธีแบบเดิมๆ อย่างการจดบันทึกข้อมูลบนกระดาษ
ซึ่งวิธีการนี้อาจทำให้ข้อมูลล่าช้า ข้อมูลสำคัญตกหล่นไป และยังพลาดโอกาสลดต้นทุนการผลิตไปอีกด้วย ในเมื่อเราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีถูกปรับใช้กับแทบทุกธุรกิจ ทำไมเราถึงไม่ปรับการทำงานในโรงงานเหล่านี้ให้ง่ายขึ้นบ้าง ?
เพราะประโยชน์ที่ได้ ไม่ได้เกิดแค่กับตัวเจ้าของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้การทำงานของทีมงานนั้นสะดวกขึ้น ซึ่งตอนนี้ทาง กระทรวงอว. Nectec และสวทช. ได้ร่วมกันพัฒนา “iSmart OEE” อุปกรณ์วัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรแบบอัตโนมัติ ที่แสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ รองรับเครื่องจักรหลายเจเนอเรชัน
โรงงานในไทยยังไม่มีการนำระบบนี้มาใช้มากเท่าไหร่ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs จากเหตุผลด้านการลงทุนที่สูง ในการจ้างผู้จัดจำหน่ายหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาปรับการใช้งาน
ดังนั้น ทีมวิจัยเนคเทค สวทช. จึงพัฒนา “iSmart OEE” ขึ้นมาให้ใช้งานง่าย และมีราคาจับต้องได้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถเข้าถึงการใช้งานอุปกรณ์นี้ได้มากขึ้น
โดยออกแบบให้มีการทำงานอยู่ 3 ส่วน คือ
สถานะ A = ความพร้อมใช้งานของเครื่องจักร
สถานะ P = แสดงความเร็วในการผลิตสินค้าแต่ละชิ้น
สถานะ Q = จะแสดงผลว่าสินค้าที่ผลิตได้ตรงตามมาตรฐานและไม่ตรงตามมาตรฐานกี่ชิ้น กรณีที่ประสิทธิภาพต่ำกว่ากำหนด ระบบจะแจ้งเตือนไปที่ผู้ดูแลเครื่องจักรทันที
แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และการควบคุมเครื่องจักร แต่หลังการติดตั้งแล้ว พนักงานของโรงงาน ก็สามารถเรียนรู้วิธีใช้งานอุปกรณ์นี้ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาดำเนินงานควบคุมระบบ ทำให้ไม่เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในระยะยาว
การใช้ระบบที่ครอบคลุมจะช่วยทำให้การความคุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการทำธุรกิจ เพราะจะลดเวลาการทำงานที่ไม่จำเป็น แต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น จากการรวมข้อมูลของระบบการทำงานเครื่องจักรไว้ในที่เดียว
หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจใช้งานอุปกรณ์ สามารถตรวจสอบรายละเอียด และสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ https://www.nectec.or.th/smc/ida-platform/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มบริการภาครัฐแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Services) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกจากจุดเดียว พร้อมผลักดันการตรวจสอบภาครัฐผ่านระบบ e-Audit และขยายระบบท้องถิ่นดิจิทัล

รัฐเดินหน้ายกระดับรัฐบาลดิจิทัล พัฒนา “ทางรัฐ” สู่บริการอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลภาครัฐครบวงจร

รัฐเร่งอุดช่องโหว่ไซเบอร์ สั่งใช้ MFA ด่วน หลังพบข้อมูลบัญชีรั่วไหลกว่า 221 ล้านราย
